ความรักกับความเข้าใจ
posted on 31 May 2009 04:53 by smallareaความรัก ความรัก ความรัก อีกแล้ว
เคยมีคนถามผมว่า การที่เราจะใช้ชิวิตคู่ อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ระหว่าง " ความรักกับความเข้าใจ " ?
รู้ไหมครับ ? มันเป้นคำถามที่ยากพอๆกับการทำข้อสอบวิชา Stat สำำหรับผมเลย ทำไมนะหรอ ? ก็ครับเพราะว่าทุกคราที่ผมเข้าห้องสอบวิชานี้ ระหว่างที่ผมทำมัน ผมแทบจะเอาเท้ามาก่ายหน้าผากคิดนะสิ โอ้ย ! มันช่างปวดหัวจริงๆกับคำถามนี่ . . .
แต่สิ่งที่พบและผ่านมากับตัวเอง มันมีหลายรูปแบบมาก มันอยู่ในแต่ช่วงเวลาซะมากกว่า ผมจะมาเรียงลำดับเหตุการณ์ให้ฟังกัน
ผมได้เคยนั่งคุยกับผู้ใหญ่ท่านนึง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ ก็คุณแม่ผมนี่แหละ ผมเคยถามเขาเมื่อตอนที่ผมยังตัวกระเปี๊ยกอยู่เลยว่า " แม่ครับ ทำไมแม่ถึงแต่งงานกับพ่อครับ " คำถามของผมอาจจะไม่ยาว ถ้าเทียบกับคำถามอื่นๆ แต่ถ้าเทียบกลับคำตอบของคุณแม่ผมแล้ว มันช่างยาวแสนยาว
" รัก " นั่นเป็นคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของคุณแม่ผม เป็นไงครับ กับคำถามผมและคำตอบของคณแม่ผม
แต่พอเวลาล่วงเลยไปซัก 1 นาที กลับมีคำตอบมากมายเหนือคำบรรยาย พระเจ้า ! ในตอนแรกท่านตอบผมมาแค่คำเดียว " รัก " แต่หลังจากนั้นมันเริ่มยาวออกมาเป็นกิโล แล้วท่านอะไรให้ผมฟังล่ะ ?
ท่านเล่าว่า ตอนแรกมันหาคำตอบไม่ได้หรอกนะว่าเพราะว่าอะไร รู้แต่ว่า "รัก" ตอนนั้นเป็นวัยช่วงหนุ่มสาวพอดีแหละ ความรู้สึกต่างๆมันไม่ถูกกลั่นกรองด้วยเหตุผล มันเป็นความรู้สึกล้วนๆ มารู้ตัวว่ารัก ก็ไอ้ตอนถูกกรีดกันนั่นแหละ (เอ๊ะ มันยังไง ชักจะเหมือนหนังไทยเข้าไปทุกที )
มาฟังกันต่อ ด้วยความที่คุณพ่อของผมเป็นคนจีน คุณยายก็พยายามกรีดกันไม่อยากให้คบกัน เพราะตอนนั้นคุณพ่อผมก็มีแต่ตัว เหมือนคนจีนส่วนใหญ่ทั่วไป พอโดนกรีดกันมากๆ คุณพ่อผมก็เลยพาหนีเลย เอ้ย ! ไม่ใช่ พิสูจน์ตัวเองสิ แล้วเวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก คุณพ่อผมก็เริ่มตั้งตัวได้ ก็ทำให้คุณยายของผมยอมรับได้ ก็เลยได้คบกันเป็นจริงเป็นจังนั่นแหละ แต่ระหว่างที่สร้างตัวเป็นปีๆ เขาไม่ได้เจอกันเลยนะ เพราะต่างคนก็ต่างทำงานของตัวเองอย่างหนักเพื่อจะได้สร้างตัว
นี่แหละ ถึงทำให้คุณแม่ผมรักท่านมาก ก็เลยแต่งงานกันในที่สุด
หลังจากแต่งงานก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการทะเลาะกันบ้าง คิดไม่เหมือนกันบ้าง ถึงขนาดคิดจะหย่ากันเลย แต่สุดท้ายก็ลงเอยได้ด้วยดีทุกครั้งไป ก็คงเหมือนกับหลายๆคู่ที่มีปัญหาทะเลาะกันไม่เข้าใจกันนั่นแหละ
และผมก็ได้มาย้อนถามกลับไป ถึงสาเหตุที่ ทะเลาะกันแล้ว ทำไมยังมาคืนดีกันได้ล่ะ ? คำตอบที่ได้กลับมา มันทำให้ผมรู้สึกถึงพลังอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่พลงแห่งรักเท่านั้นที่ทำได้ แต่มันมีพลังในรูปแบบนี้ด้วย
" ความเข้าใจ " คุณแม่ผมตอบ พลางเงยหน้ามองอากาศ นอกจากความรักที่มีให้กันแล้ว ความเข้าใจกัน ความเห็นอกเห็นใจกัน เราก็มีไม่แพ้กัน ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน เราจะใช้อารมณ์กันมากกว่าเหตุผลทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เราจะรีบทะเลาะกันให้เสร็จ แล้วเราค่อยหาเวลาอยู่คนเดียวจนเราใจเย็นลง แล้วก็มองย้อนไปถึงสาเหตุของการทะเลาะกัน
จนมองเห็นถึงจุดบกพร่องของอีกฝ่ายนึง ซึ่งมันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ พอๆกับคำว่า " รัก " นั่นแหละ ความเข้าใจกันมันเหมือนความรักอย่างยิ่ง มันพูดไม่ได้ว่าทำไมถึงเข้าใจ มันรู้แค่ว่านี่แหละเรียกว่าความเข้าใจกัน เข้าใจถึงการตัดสินใจของอีกฝ่าย เข้าใจถึงนิสัยของอีกฝ่าย เข้าใจถึงทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่าย แล้วย้อนมาถามตัวเองอีกครั้งว่า " ยังรักกันไหม "
คำตอบคือ รักไหมไม่รู้ รู้แต่ว่ามันมากกว่านั้น มันเป็นความเข้าใจกันซะมากกว่า เพราะเราไม่เคยมานั่งพูดว่ารักกันนะ เป็นห่วงกันนะ เหมือนหนุ่มๆสาวๆสมัยนี้แล้ว และนั่นก็ทำให้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างจบไปอย่างอัตโนมัติ สรุปแล้วความสำคัญมันเท่าเทียมกันเสมอ เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ไหนมันเกิดก่อนเกิดหลังเท่านั้นเอง
อาจจะเป็นไปได้ที่ " ความรัก " เป็นตัวที่ทำให้เรา " ได้มาอยู่ "ด้วยกัน
และ " ความเข้าใจ " เป็นตัวที่ทำให้เรา " ยังอยู่ " ด้วยกันกันจนถึงวันนี้
เคยมีคนถามผมว่า การที่เราจะใช้ชิวิตคู่ อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ระหว่าง " ความรักกับความเข้าใจ " ?
รู้ไหมครับ ? มันเป้นคำถามที่ยากพอๆกับการทำข้อสอบวิชา Stat สำำหรับผมเลย ทำไมนะหรอ ? ก็ครับเพราะว่าทุกคราที่ผมเข้าห้องสอบวิชานี้ ระหว่างที่ผมทำมัน ผมแทบจะเอาเท้ามาก่ายหน้าผากคิดนะสิ โอ้ย ! มันช่างปวดหัวจริงๆกับคำถามนี่ . . .
แต่สิ่งที่พบและผ่านมากับตัวเอง มันมีหลายรูปแบบมาก มันอยู่ในแต่ช่วงเวลาซะมากกว่า ผมจะมาเรียงลำดับเหตุการณ์ให้ฟังกัน
ผมได้เคยนั่งคุยกับผู้ใหญ่ท่านนึง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ ก็คุณแม่ผมนี่แหละ ผมเคยถามเขาเมื่อตอนที่ผมยังตัวกระเปี๊ยกอยู่เลยว่า " แม่ครับ ทำไมแม่ถึงแต่งงานกับพ่อครับ " คำถามของผมอาจจะไม่ยาว ถ้าเทียบกับคำถามอื่นๆ แต่ถ้าเทียบกลับคำตอบของคุณแม่ผมแล้ว มันช่างยาวแสนยาว
" รัก " นั่นเป็นคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของคุณแม่ผม เป็นไงครับ กับคำถามผมและคำตอบของคณแม่ผม
แต่พอเวลาล่วงเลยไปซัก 1 นาที กลับมีคำตอบมากมายเหนือคำบรรยาย พระเจ้า ! ในตอนแรกท่านตอบผมมาแค่คำเดียว " รัก " แต่หลังจากนั้นมันเริ่มยาวออกมาเป็นกิโล แล้วท่านอะไรให้ผมฟังล่ะ ?
ท่านเล่าว่า ตอนแรกมันหาคำตอบไม่ได้หรอกนะว่าเพราะว่าอะไร รู้แต่ว่า "รัก" ตอนนั้นเป็นวัยช่วงหนุ่มสาวพอดีแหละ ความรู้สึกต่างๆมันไม่ถูกกลั่นกรองด้วยเหตุผล มันเป็นความรู้สึกล้วนๆ มารู้ตัวว่ารัก ก็ไอ้ตอนถูกกรีดกันนั่นแหละ (เอ๊ะ มันยังไง ชักจะเหมือนหนังไทยเข้าไปทุกที )
มาฟังกันต่อ ด้วยความที่คุณพ่อของผมเป็นคนจีน คุณยายก็พยายามกรีดกันไม่อยากให้คบกัน เพราะตอนนั้นคุณพ่อผมก็มีแต่ตัว เหมือนคนจีนส่วนใหญ่ทั่วไป พอโดนกรีดกันมากๆ คุณพ่อผมก็เลยพาหนีเลย เอ้ย ! ไม่ใช่ พิสูจน์ตัวเองสิ แล้วเวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก คุณพ่อผมก็เริ่มตั้งตัวได้ ก็ทำให้คุณยายของผมยอมรับได้ ก็เลยได้คบกันเป็นจริงเป็นจังนั่นแหละ แต่ระหว่างที่สร้างตัวเป็นปีๆ เขาไม่ได้เจอกันเลยนะ เพราะต่างคนก็ต่างทำงานของตัวเองอย่างหนักเพื่อจะได้สร้างตัว
นี่แหละ ถึงทำให้คุณแม่ผมรักท่านมาก ก็เลยแต่งงานกันในที่สุด
หลังจากแต่งงานก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการทะเลาะกันบ้าง คิดไม่เหมือนกันบ้าง ถึงขนาดคิดจะหย่ากันเลย แต่สุดท้ายก็ลงเอยได้ด้วยดีทุกครั้งไป ก็คงเหมือนกับหลายๆคู่ที่มีปัญหาทะเลาะกันไม่เข้าใจกันนั่นแหละ
และผมก็ได้มาย้อนถามกลับไป ถึงสาเหตุที่ ทะเลาะกันแล้ว ทำไมยังมาคืนดีกันได้ล่ะ ? คำตอบที่ได้กลับมา มันทำให้ผมรู้สึกถึงพลังอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่พลงแห่งรักเท่านั้นที่ทำได้ แต่มันมีพลังในรูปแบบนี้ด้วย
" ความเข้าใจ " คุณแม่ผมตอบ พลางเงยหน้ามองอากาศ นอกจากความรักที่มีให้กันแล้ว ความเข้าใจกัน ความเห็นอกเห็นใจกัน เราก็มีไม่แพ้กัน ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน เราจะใช้อารมณ์กันมากกว่าเหตุผลทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เราจะรีบทะเลาะกันให้เสร็จ แล้วเราค่อยหาเวลาอยู่คนเดียวจนเราใจเย็นลง แล้วก็มองย้อนไปถึงสาเหตุของการทะเลาะกัน
จนมองเห็นถึงจุดบกพร่องของอีกฝ่ายนึง ซึ่งมันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ พอๆกับคำว่า " รัก " นั่นแหละ ความเข้าใจกันมันเหมือนความรักอย่างยิ่ง มันพูดไม่ได้ว่าทำไมถึงเข้าใจ มันรู้แค่ว่านี่แหละเรียกว่าความเข้าใจกัน เข้าใจถึงการตัดสินใจของอีกฝ่าย เข้าใจถึงนิสัยของอีกฝ่าย เข้าใจถึงทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่าย แล้วย้อนมาถามตัวเองอีกครั้งว่า " ยังรักกันไหม "
คำตอบคือ รักไหมไม่รู้ รู้แต่ว่ามันมากกว่านั้น มันเป็นความเข้าใจกันซะมากกว่า เพราะเราไม่เคยมานั่งพูดว่ารักกันนะ เป็นห่วงกันนะ เหมือนหนุ่มๆสาวๆสมัยนี้แล้ว และนั่นก็ทำให้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างจบไปอย่างอัตโนมัติ สรุปแล้วความสำคัญมันเท่าเทียมกันเสมอ เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ไหนมันเกิดก่อนเกิดหลังเท่านั้นเอง
อาจจะเป็นไปได้ที่ " ความรัก " เป็นตัวที่ทำให้เรา " ได้มาอยู่ "ด้วยกัน
และ " ความเข้าใจ " เป็นตัวที่ทำให้เรา " ยังอยู่ " ด้วยกันกันจนถึงวันนี้
Tags: love, ความรัก, ความเข้าใจ, รัก, อกหัก, เศร้า1 Comments
http://www.lovesicklifesuck.blogspot.com
เชิญครับ
#1 By smallarea on 2009-05-31 05:07